เทรนด์ทองคำปี 2569 ที่ควรจับตา
หลังจากปี 2568 ที่ราคาทองคำสร้างสถิติใหม่ทะลุระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก หลายคนอาจสงสัยว่า
ปี 2569 ทองจะไปต่อ หรือถึงเวลาพักฐานแล้ว ?
คำตอบอาจไม่ได้ง่ายนัก แต่จากสัญญาณหลายด้านที่เริ่มปรากฏตอนปลายปีนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นพ้องกันว่า “ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ดาวเด่น” ที่ควรจับตาอย่างใกล้ชิดในปีหน้า
แนวโน้มทองคำจากนักวิเคราะห์ทั่วโลก
✅ Fed มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยมากขึ้น → หนุนราคาทอง
เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง ผลตอบแทนตราสารหนี้จะน้อยลง นักลงทุนจึงมักหันกลับมาถือทองคำมากขึ้น เพราะต้นทุนโอกาสในการถือทองลดลง
✅ ธนาคารกลางทั่วโลกยังซื้อทองต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก World Gold Council ระบุว่า ธนาคารกลางหลายประเทศ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกและตะวันออกกลาง ยังคงสะสมทองคำเพิ่ม เพื่อกระจายความเสี่ยงจากเงินดอลลาร์
✅ เงินดอลลาร์อาจอ่อนค่าในระยะยาว
เศรษฐกิจสหรัฐเริ่มชะลอตัว และการลดดอกเบี้ยของ Fed จะยิ่งกดค่าเงินดอลลาร์ให้อ่อนลง ซึ่งส่งผลให้ราคาทองในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น
✅ ราคาทองอาจแตะระดับ US$ 4,200–4,300 /oz
หลายสำนักคาดการณ์ว่า หากสถานการณ์เศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ยังตึงเครียด ราคาทองอาจทำ “นิวไฮ” อีกครั้งในปีหน้า
✅ ความต้องการทองในเอเชีย (จีน–อินเดีย) ยังแข็งแรง
สองประเทศนี้เป็นตลาดบริโภคทองรายใหญ่ของโลก ความต้องการเครื่องประดับทองและการออมทองยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้ราคาจะสูง
Insight
ปี 2569 อาจเป็นอีก “ปีทองคำ” ที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม
เพราะแม้ราคาจะสูง แต่ทองยังคงทำหน้าที่ได้ดีในฐานะ สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง จากทั้งเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และค่าเงิน
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า “การทยอยซื้อสะสม” หรือ “ออมทองแบบรายเดือน (DCA)” ยังเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย เพราะช่วยเฉลี่ยต้นทุนและลดผลกระทบจากความผันผวนในระยะสั้น





























